ประวัติสุนัขสปิตซ์ (ญี่ปุ่น)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

รูปจาก : spiiderweb.blogspot.com

                ประวัติสปิตซ์นี้จะขออธิบายสายพันธุ์สปิตซ์ญี่ปุ่นก่อนนะครับ  เนื่องจากว่ากำลังเป็นที่นิยมเลี้ยงกันเพิ่มขึ้นเรื่อยในประเทศไทยเราเองและทั่วโลก  สำหรับการพัฒนาสายพันธุ์ต้องบอกว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ใหม่มาก  เพราะว่าช่วงการพัฒนาสายพันธุ์ไม่ถึงร้อยปีนี้เอง  และได้สายพันธุ์สปิตซ์ญี่ปุ่นไม่ถึง 80ปี  สำหรับสาเหตุการพัฒนาสายพันธุ์นั้นต้องการสุนัขที่ใว้สำหนับครอบครัว  และเนื่องจากสปิตซ์ของที่อื่นๆนั้นมีราคาแพงมากจึงได้มีการคิดค้นสายพันธุ์ที่เหมาะสมมากขึ้นและมีราคาที่ถูกลักษณธจะคล้ายสายพันธุ์  Samoyed  เพราะว่ามีสีขาวทั้งตัวและรูปร่างไม่แตกต่างแต่ว่ามีขนาดที่เล็กกว่าเท่านั้น  จึงกลายไปว่ามีคนเรียก  “Samoyeds Mini”
                ถึงแม้ว่าจะมีการปรับแต่งและพัฒนาสายพันธุ์เมื่อไม่นานนี้  แต่ว่ายังมีข้อถกเถียงกันหลายอย่างว่าได้เอาสุนัขพันธุ์มาผสมบ้าง  เพราะว่าหลักฐานด้านการชี้นำเลือนลาง สาเหตุอาจจะเพราะว่าช่วงนี้เป็นสงครามโลกครั้งที่สองหลังฐานและข้อมูลอาจจะหายไปและไม่มีใครได้สนใจมากเท่าไหร่นักเพราะว่าอยู่ในช่วงสงครามนั้นเองในปี 1920 – 1930 นั้นเป็นช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง  ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์เริ่มขึ้นนั้นเอง  ซึ่งความพยายามนั้นเองจนได้สุนัขสปิตซ์ออกโดยคาดว่าใช้สายพันธุ์อเริกาเอสกิโมสีขาวและ  สปิตซ์  เยอรมัน โดยการนำมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนๆมายังญี่ปุ่น   ซึ่งได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าน่าจะพัฒนามาจากสองสายพันธุ์เป็นหลักจนสามารถเป็นสปิตซ์ญี่ปุ่นในทุกวันนี้  ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าได้ทำการผสมพันธุ์อย่างไรเพิ่มเติม  แต่อย่างไรก็ตามถือได้ว่าการพัฒนาด้านสายพันธุ์มีความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะว่าสปิตซ์ญี่ปุ่นมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่มีปัญหาโรคทางพันธุกรรมและมีลักษณะนิสัยที่ดี  เมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ
                และหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองนั้นเอง  ได้มีรักษาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีอยู่ได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมจนได้ลักษณะที่ต้องการ  และในปี 1954 ได้ยอมรับสายพันธุ์นี้ในญี่ปุ่มเป็นครั้งแรกได้ก่อตั้งชมรมขึ้นมา และเนื่องจากสปิตซ์เป็นสุนัขที่มีสายพันธุ์ที่ดีมีความน่ารักสวยงามมีนอสัยที่ร่าเริงความฉลากเปผ็นเยี่ยมและมีปัญหาด้านสุขภาพที่น้อยมาก  สปิตว์ญี่ปุ่นจึงได้นำออกไปเผยแพร่ที่ต่างประเทศและมีผู้นิยมอย่างรวดเร็ว  ไม่ว่าจะเป็นทางสวีเดนที่ถูกส่งไปปี 1950  และทางอังกฤษในระยะเวลาต่อมา  ในปี 1977 ได้แพร่กระจายไปยังประเทศอินเดีย  ออสเรเลีย  อเมริกา และได้ตั้งชมรมขึ้นมายกเว้นแต่อเมริกาเนื่องมีความใกล้กับสายพันธุ์  อเมริกันเอสกิโม ซึ่งในปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ในหลายๆประเทศ รวมมายังประเทสไทยบ้านเรา  ซึ่งหากเราไปเดินสถาณที่จำหน่ายจพพบเห็นได้ไม่ยาก

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช