กระรอกดิน แพรี่ ด็อก (Prairie dogs)

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

                แพรี่ด็อก  หรือว่ากระรอกดิน  อาจจะเรียกว่ากระรอกหมาก็ได้  เพราะว่ามีการส่งเสียงคล้ายหมาน้อยเวลามันเห่า  เป็นกระรองที่อาศัยอยู่ตามดินขุดเป็นโพรงอยู่ เป็นสัตว์ประเภทสัตว์ฟันแทะเหมือนหนู  กระต่าย ชูการ์ไกลเดอร์  เป็นต้น  ตัวไม่เล็ก  แต่ว่ามีลักษณะที่น่ารักน่าซัง  ตัวอ้วย ตากลม  มีความแสนรู้และซุกซน  มีความเฉลียวฉลาด  สามารถที่จะกินได้ทั้งพืชและสัตว์  เป็นสัตว์ที่เลี้ยงได้แม้บริเวณไม่มาก  เลี้ยงง่าย เมื่อก่อนนั้นอาจจะมีราคาที่สูงมาก  แต่ในปัจจุบันราคาก็ถูกลงมากเช่นกัน   ในไม่กี่พันบาท จึงทำให้สามารถที่จะซื้อหาได้ไม่ยาก  และการเลี้ยงดูแลนั้นไม่ได้ยากเช่นกัน

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร : Animalia
ไฟลั่ม : Chordata
คลาส : Mammalia
แฟมิรี่ : Sciuridae
สายพันธุ์ : Cynomys gunnisoni, Cynomys leucurus, Cynomys ludovicianus, Cynomys mexicanus, Cynomys parvidens

ถิ่นกำเนิด

                แพรี่ ด็อก  เป็นกระรอกที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน  จะขุดเป็นโพรงอาศัยอยู่ต้นกำเนิดมากจากทางทุ่งหญ้าของทวีปอเมริกาเหนือ  และสามารถที่จะพบทั่วไปในประเทศอเมริกา  แคนาดา  เม็กซิโก  และเมือง  มอนแทนา  แคนซัส  โอคลาโฮมา  เท็กซัส  โคโลราโด แอริโซนา  และอื่นๆอีก  ซึ่งมีทั้งหมด 5สายพันธุ์ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
                Cynomys ludovicianus : ชอบอยู่ในบริเวณที่จำกัด  เป็นที่ราบและแห้งแล้ง  มีหางเป็นสีดำมักพอได้ที่แคนนาดา
                Cynomys gunnisoni : มีลักษณะหางสั้นกว่ากระรอกดินทั่วไป  มักอาศัยในทุ้งหญ้าเม็กซิกัน
                Cynomys leucurus : พบได้ทางตะวันตกของอเมริกา  เช่น ไวโอมิง  มอนแทน่า
                Cynomys parvidens : เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดของกระรอกดิน
                Cynomys mexicanus : ปัจจุบันพบเห็นได้น้อยมากเพราะว่าใกล้สูญพันธุ์
                การจำแนกนี้เกิดขึ้นในปี 1804 เป็นการต้นพบโดยลูอิสและคลาร์ก  ระหว่างการเดินเขาได้พบเห็นกระรอกดินเหล่านี้  ซึ้งได้เห็นลักษณะการเห่าคล้ายเสียงสุนัข  พวกเขาเรียกว่า “Barking squirrel”
ลักษณะของแพรี่  ด็อก
                เป็นกระรอกที่มีมีความแข็งแรงตัวอ้วน  ตาโตกลม  มีความแข็งแกร่ง  หัวกลม  ขาสวั้นและมีหางที่ยาวเป็นพวง  มีความยาวรวมหาง 12 – 16 นิ้วความพาะหาง  3 – 5 นิ้ว  ความสูง 3 – 4 นิ้วจากระดับไหล่   น้ำหนัก  0.5 – 1.5 กิโลกรัมขึ้นอยู่กับชนิดและเพศ  จะมีสีเหลืองที่หู  ท้องสีขาว  มีฟันทั้งหมด 22 ซี่  ระยะเวลาการตั้งครรภ์  28 -3 2วัน  ช่วงการเจริญเติบโต 1 ปี  อายุหากอยู่ในป่า 3 – 5 ปี  แต่ถ้าเลี้ยงอาจจะถึง 10 ปี
                หางของ  แพรี่ ด็อก  มีลักษณะที่สั้น  เป็นพวง  มีความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์  หูจะสั้นตาจะอยู่ตำแหน่งด้านข้าวของศรีษะ  ไว้สำหรับตรวจับการเคลื่อนไว้ต่างๆ  ทำให้ตรวจสอบจากอันตรายหรือว่าผู้ล่ามากขึ้น  เท้ามีลักษณะเป็นสีครีม  มีระบบสังคมและการอยู่อาศัยร่วมกันค่อนข้างซับซ้อน  อาจจะประกอบด้วย 1 ตัวผู้  และหลายตัวเมีย  ความหนาแน่น  ประมาณ 5 -35 ต่อเอเคอร์

โพรงและที่อยู่อาศัย
                แพรี่  ด็อก  มักจกอยู่อาศัยใรระดับความสูง 2 ถึง 3 พันฟุตเหนือระดับน้ำทะเล  พื้นที่นั้นจะ  อุณหภูมิจะอยู่ที่  38 อางศาเซลเซียส  และในฤดูหนาว – 37องศา  บริเวณที่อยู่อาศัยนั้นมักจะเกิดภัยทางธรรมชาติต่างๆ  เช่น  พายุหิมะ  น้ำท่วม  ภัยแล้ง  ไฟป่า  โพรงที่อยู่นั้นช่วยในการปรับอุณห๓มิในร่างกายได้  บริเวรปาดอุโมงค์มีกำแพงกันดินและน้ำท่วมในตอนที่ฝนตก
                ภายใต้โพรงที่มีขนาดใหญ่  5 – 10 เมตร  และมีความยาว 2 – 3 เมตรมีการจัดระเบียบเป็นห้องสำหรับทำรัง  มีห้องสำหรับลูกๆ ลึกประมาณ 2 – 3 เมตร ห้องสำหรับการจำศีลในฤดูหนาว ทางเข้าอาจจะทำขึ้นในหลายทางด้วยกัน  ก่อนทางเข้าจะเป็นเนินดินล้อมรอบสูงประมาณ  20 – 30 เซนติเมตร  มีเอาไว้สำหรับการคอยระวังและสังเกตจากอันตรายต่างๆ  ก่อนที่จะออกจากหลุม

อาหารของแพรี่  ด็อก
                เข้าจะกินได้ทั้งพืชและแมลง  ส่วนมากจะเป็นต้นหญ้าและเมล็ดพืชที่มีขนาดเล็ก  หากถึงฤดูใบไม้ร่วงเขาก็กินใบไม้เป็นหลัก  หากในช่วงที่ตั้งท้องจะกินอาหารเพื่อบำรุงเป็นพิเศษ  รากไม้  เมล็ดผลไม้  ดอกตูม เป็นต้น

วงจรชีวิต
                จะมีการผสมพันธุ์ในหลังฤดูหนาว  หลังเดือนมีนาคม  ในแต่ละปี  ในคอกหนึ่งอาจจะได้ลูก 5 – 10 ตัว  แต่อยู่ที่ 5 ตัวเป็นส่วนใหญ่  อยู่ในท้องประมาณ 34 วันถึงจะคลอด พวกเขายังต้องอยู่ในโพรงตลอดระยะเวลาหนึ่ง 48 -4 9 วันก่อนที่จะออกจากโพรงได้  ในช่วงนี้ยังต้องดูแลไปสักระยะ  เมื่อเป้นหนุ่มสาวแล้วอาจจะมีการแย้งพื้นที่และบริเวณในการอยู่อาศัย  จนอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้  หากพ้นระยะนี้ไปอาจจะอยู่ได้นานไปตลอดจนถึงอายุขัยจะหมดลง

การสื่อสาร
                สำหรับการสื่อสารนั้นส่วนมากเป้นการแจ้งเตือนเพื่อระวังภัยต่างๆ  เข้าจะอยู่ในลักษณะยืนขึ้น  แล้วจะส่งเสียงร้องขึ้น  เหมือนสุนัขเห่าเป็นระยะ 

การจำศีล
                การจำศีลนั้นเป็นบางสายพันธุ์เท่านั้น  บางสายพันธุ์ไม่จำเป็นต้องจำศีล  เพียงแค่การหลบอยู่ในหลุมโพรงเพื่อให้ระยะเวลาที่อันตรายจาก  พายุให้ผ่านพ้นไปเท่านั้น  หากจำศีลก็จะเป็นตลอดระยะเวลาช่วงฤดูหนาว  พวกเขาจะมีการกักตุนอาหารไว้อย่างหลากหลายเพื่อกินตอนที่หาอาหารไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้องอย่างเช่นเมล็ดพืช  หากอยู่ในทุ้งหญ้าที่มีความแห้งแล้งนั้นเขามีความสามารถในการถอดกลีบอ่อนลูกแพร์ที่เต็บไปด้วยหนามได้ง่าดาย

การถูกล่า
                การที่จะถูกล่านั้น  มีโอกาศตามวงจรของสัตว์  แพรี่ด็อก  ก็เป็นสัตว์ที่มักจะถูกล่า อย่างเช่น  สุนัขจิ้งจอก

แล่งอ้างอิง : www.desertusa.com  wikipedia.org  saveprairiegogs.tripod.com